All posts by jiff

Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 10/10

ชเวยองนัดพบชเวซังกุงเพื่อให้ปรึกษาหารือเรื่องอึนซู  เมื่อมาถึงชเวซังกุงก็เปิดฉากถามทันทีว่าอึนซูเป็นผู้หยั่งรู้อนาคตจริงหรือ เมื่อชเวยองรับรองว่าอึนซูบอกตนเช่นนั้น ชเวซังกุงก็เข้าใจว่าอึนซูเป็นแม่หมอ ชเวยองรีบอธิบายว่ามันไม่ใช่เรื่องของการทำนาย แต่มีการบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ เอาไว้บนสวรรค์  จากนั้นก็ถามชเวซังกุงว่า หากคีชอลเชื่อว่าอึนซูคือผู้หยั่งรู้อนาคตจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้น ชเวซังกุงตอบว่าคีชอลก็เหมือนเด็กที่ชอบเห่อของเล่นชิ้นใหม่ ถ้าอึนซูเป็นของเล่นชิ้นใหม่ของคีชอล เขาก็จะเล่นกับคุณก่อนในตอนแรก ชเวยองสันนิษฐานว่าการที่คีชอลไม่ควบคุมตัวอึนซูเอาไว้ แถมยังปล่อยให้คุณนำอุปกรณ์มารักษาคนไข้แต่โดยดี แสดงว่าเขายอมรับนับถือและไม่คิดที่จะรังแกอึนซู

ชเวซังกุงแย้งว่า ของเล่นคือสิ่งที่มนุษย์เราเบื่อเมื่อไหร่ก็จะโยนมันทิ้ง หักเล่นเป็นท่อนๆ ไหมก็ทำลายมันเสียให้สิ้นซาก เมื่อถูกหลานชายตำหนิว่าคุณพูดเวอร์เกินไป ชเวซังกุงก็เล่าเรื่องจิตรกรนามว่ากึมซอนให้ชเวยองฟัง โดยบอกว่าความสามารถวาดภาพของจิตรกรคนดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเป็นที่เลื่องลือไปถึงแผ่นดินหยวนว่ามีความสวยงามสมจริง คีชอลชื่นชอบผลงานของกึมซอนจึงทุ่มเททรัพย์สินเงินทองให้อย่างมาก แต่กึมซอนกลับทำให้คีชอลโกรธ เพราะเขาดันวาดภาพงูแทนภาพใบหน้าของคีชอล คืนนั้น เขาถูกคีชอลตัดมือทั้งสองข้างและโดนควักลูกตาออก ก่อนถูกนำตัวไปทิ้งบนภูเขาโดยที่ไม่มีใครกล้าช่วยเหลือ

ชเวยองถามด้วยความหนักใจว่า แล้วของเล่นควรทำอย่างไรจึงจะรอดพ้นจากเงื้อมมือคีชอล ชเวซังกุงตอบว่ามีทางเดียวคือ ต้องเชื่อฟัง ทำตามคำสั่ง และให้ในสิ่งที่เขาต้องการ ชเวยองแย้งว่าเป็นไปไม่ได้เพราะอึนซูไม่มีวันฝืนใจทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบเพียงเพื่อให้เอาใจคนอื่น ชเวซังกุงเห็นด้วยในเรื่องนี้ ชเวยองรู้สึกเป็นห่วงอึนซูจึงปรึกษาชเวซังกุงว่า ควรปล่อยให้อึนซูหนีไปไหม ชเวซังกุงแย้งว่าอึนซูไม่มีทางหนีพ้น เพราะคีชอลไม่ได้มีอิทธิพลแค่ในโครยอแต่ยังแผ่ขยายไปถึงแผ่นดินหยวนด้วย คุณถามชเวยองอย่างรู้ทันว่า "ทำไม เจ้าคิดที่จะหนีไปกับนางงั้นรึ  เจ้ามีภาระหน้าที่ๆ ต้องรับผิดชอบอย่างมาก จะละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างแล้วจากไปได้รึ" ชเวยองฟังและจากนั้นก็ได้แต่ถอนใจ

เรื่องย่อ ล่ารักล่าแค้น (Shark)

กำกับ:  ปาร์ก ชานฮง, ชา ยองฮุน
เขียนบท:  คิม จีอู
แนวละคร: เมโลดราม่า, โรแมนติก, ลึกลับ, ระทึกขวัญ
จำนวนตอน:  20
ออกอากาศ: เกาหลี – 27 พฤษภาคม 2556 – 30 กรกฎาคม 2556 ทาง เคบีเอส2
              ไทย – ทุกวันจันทร์-อังคาร  เวลา 9.05-11.00 น. และ 20.30 -22.30 น. ทางพีพีทีวี ออกอากาศ 7 เมษายน 2557 – 26 พฤษภาคม 2557 

เรื่องย่อ
"ลารักล่าแค้น (Shark)" เป็นงานละครแนวล้างแค้นเรื่องที่ 3  ของผู้เขียนบท "คิม จีอู" และผู้กำกับ "ปาร์ก ชานฮง" หลังเคยฝากผลงานแนวดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วมาแล้วในเรื่อง "Resurrection " และ "The Devil"

ละคร "ล่ารักล่าแค้น (Shark)" นำเสนอเรื่องราวของ "ฮัน อีซู" ที่แปลงเป็นเด็กกำพร้าและต้องพลัดพรากจากน้องสาวหลังพ่อของเขาเสียชีวิต เมื่อรู้ว่าพ่อเสียชีวิตด้วยน้ำมือของกลุ่มโรงแรมคาย่า อีซูก็มีชีวิตอยู่เพื่อให้รอวันแก้แค้น เขาไม่เพียงเปลี่ยนแปลงชื่อ-สกุลและประวัติส่วนตัวของตนเอง แต่ยังลงทุนทำศัลยกรรมใบหน้าเพื่อให้ปกปิดตัวตนที่แท้จริงอีกด้วย แม้จะเตรียมการและคิดแผนมาเป็นอย่างดี แต่อุปสรรคอันใหญ่หลวงของอีซูก็คือ "โจ แฮอู" ซึ่งเป็นผู้สืบสกุลกลุ่มโรงแรมคาย่าและเป็นผู้หญิงที่เขารัก

ระหว่างเดินหน้าล้างแค้นคนในครอบครัวของแฮอู อีซูเองก็รู้สึกเจ็บปวดใจ เขายังรักแฮอูอยู่ ส่วนแฮอูก็ยังรักและไม่เคยลืมอีซูด้วยเช่นกันถึงแม้ว่าคุณจะแต่งงานและตาม (คุณนึกว่าเขาตายไปนานแล้ว) หลังตัวตนที่แท้จริงถูกเปิดเผย อีซูก็ตกอยู่ในอันตรายและต้องหาทางเอาตัวรอดเช่นเดียวกับที่พ่อของเขาเคยเป็น

หากเป็นคุณ… คุณจะยอมจมน้ำหรือจะว่ายน้ำหนี หากในน้ำนั้นเต็มไปด้วยปลาฉลาม?
เรื่องราวในละครเริ่มด้วยภาพความทรงจำในวัยเด็กของ "ฮัน อีซู" ในตอนนั้นเขาบอก "โจ แฮอู" (ซึ่งกำลังบันทึกภาพของอีซูด้วยกล้องวิดีโอ) ว่า เขาชอบปลาฉลาม และอธิบายว่า ปลาฉลามไม่มีถุงลม* เหมือนปลาชนิดอื่นๆ  จึงต้องว่ายน้ำตลอดเวลาแม้ในยามหลับ หากหยุดว่ายน้ำเมื่อไหร่พวกมันก็จะตายทันที  แฮอูได้ฟังดังนั้นจึงบ่นว่าปลาฉลามช่างมีชีวิตที่เหนื่อยยาก  อีซูยิ้มแล้วบอกว่าถึงยังไงปลาฉลามก็แข็งแรงที่สุดในมหาสมุทร (ภาพตัดไปที่อีซูในปัจจุบันซึ่งกำลังนั่งอยู่บนเรือบินชั้นเฟิร์สคลาสที่กำลังมุ่งหน้าไปยังเกาหลีใต้) แฮอูถามอีซูว่า เขาชอบปลาฉลามเพราะพวกมันแข็งแรงงั้นหรือ อีซูตอบว่า ตนไม่ได้ชอบปลาฉลามเพราะพวกมันแข็งแรง แต่ชอบเพราะพวกมันน่าสงสาร ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครชอบปลาฉลามเล

เรื่องย่อ มหัศจรรย์กระบี่เจ้าพิภพ (Swords of Legends) ตอนที่ 2

ฉางฉินไม่ยอมสิงสถิตอยู่ในกระบี่ วิญญาณส่วนหนึ่งของเขาหลุดออกมาได้และหนีไปอยู่ที่ภูเขาจงหวง ถึงกระนั้นกระบี่เฝินจี้ก็มีอานุภาพถึงขั้นทำลายล้างโลกมนุษย์ ทั้งยังสามารถครอบงำจิตใจผู้ครอบครองให้เปลี่ยนเป็นนักฆ่าใจคอเหี้ยมโหดที่พร้อมฆ่าทุกคนที่อยู่ตรงหน้า ด้วยเหตุนี้เทพหนี่วาจึงผนึกและล่ามโซ่กระบี่เฝินจี้เอาไว้ในถ้ำน้ำแข็งที่หุบเขาเวทมนต์อูเหมิง โดยมีผู้สืบทอดคอยดูแลรุ่นแล้วรุ่นเล่า 

ตัดมาที่หุบเขาเวทมนต์อูเหมิงในปัจจุบัน (สมัยราชวงศ์ถัง)

เนื่องมาจากพลังปิดผนึกของเทพหนี่วาเริ่มคลายตัว "หานซิวหนิง" ซึ่งเป็นผู้ดูแลกระบี่เฝินจี้จึงปรึกษาท่านยายแห่งโยวตูด้วยความร้อนใจ  (สื่อสารผ่านเวทมนต์)  เพราะหากพลังดังที่กล่าวถึงแล้วสูญสิ้นไป นอกจากจะควบคุมกระบี่ไม่ได้แล้ว มนต์คุ้มภัยที่ปกป้องหุบเขาเวทมนต์อูเหมิงมาหลายชั่วอายุคนก็จะพลอยเสื่อมลงด้วย คุณกล่าวว่าหากทางโยวตูไม่รีบส่งคนมาช่วยโดยเร็ว คุณคงต้องไปขอร้องจากนักพรต "จื่ออิ้น" แห่งเขาคุนหลุนแทน ท่านยายโยวตูขอให้ซิวหนิงอดทนรอ แล้วตนจะรีบส่ง "ฟงก่วงม่อ" ไปช่วย

ระหว่างนั้น ซิวหนิงเหลือบเห็นเงาใครบางคนอยู่ที่ปากถ้ำจึงซัดพลังภายในเข้าใส่ พอมองว่าเป็น "หานหยุนซี" บุตรชาย คุณก็รีบเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง จากนั้นก็ตำหนิเด็กน้อยที่ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามเข้าถ้ำ หยุนซีรีบกล่าวขอโทษแม่แล้ววิ่งออกจากถ้ำน้ำแข็งด้วยความน้อยใจ  เขาปาหินใส่มนต์คุ้มภัยพลางบ่นว่าตนทำอะไรก็ผิดไปเสียหมด ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วตนเข้าไปในถ้ำเพราะเป็นห่วงแม่ เมื่อเห็นนกบินชนมนต์คุ้มภัย หยุนซีก็ไล่ตะเพิดนกให้บินไปหากินที่อื่น (ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ที่อยู่ภายนอกล้วนไม่สามารถเผ่านาไปในหุบเขาเวทมนต์อูเหมิงได้)

แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีจิ้งจอกน้อยตัวหนึ่งเดินผ่านมา หยุนซีคิดว่าจิ้งจอกขาวพูดได้จึงเดินตามไปด้วยซุกซน เมื่อพบโพรงที่เชื่อมต่ออูเหมิงกับโลกภายนอก หยุนซีก็นึกถึงคำพูดของแม่ที่สั่งห้ามไม่ให้ตนออกไปเที่ยวเล่นนอกเขตมนต์คุ้มภัย แต่สุดท้ายก็อดใจไม่ไหวและแอบตามจิ้งจอกน้อยไป จิ้งจอกน้อยเห็นหยุนซีวิ่งตามมา จึงร้องเรียกปู่ต้นไทรและฟ้องว่ามีคนไล่ตามคุณมา

เรื่องย่อ หนุ่มออฟฟิศพิชิตฝัน (Misaeng) ตอนที่ 3

แม่คือแรทนรอไม่ไหวจึงโทรฯ หาลูกชายกลางดึกเพื่อให้บอกว่าเขาได้งานประจำทำแล้วและต้องเริ่มทำงานในวันรุ่งขึ้น คือแรจึงสวมสูทตัวเก่งของพ่อไปทำงาน แม่บอกคือแรว่าตนไม่ได้ติดสินบนใครเพื่อให้ให้เขาได้งาน ดังนั้น เขาควรเชื่อมั่นในความฉลาดและทักษะของตนเอง  เพราะถ้าหากไม่ดีจริงเขาคงไม่ได้งาน

 เมื่อไปถึงบริษัท วัน อินเตอร์เนชั่นแนล คือแรถูกทิ้งให้นั่งอยู่ในข้างขายและการตลาดตามลำพัง ครั้นพอมองไปรอบๆ เขาก็พบว่าทุกคนกำลังง่วนอยู่กับการทำงาน เมื่อเห็น "อัน ยองอี" (พนักงานฝึกหัด ข้างไฟเบอร์ทีม 2) ซึ่งสวมชุดรัดรูปสุดแสนน่าหลงใหลเดินผ่านมา คือแรก็ตกตะลึงตาค้างและเผลอมองตามจนคุณลับตา แต่แล้วเขาก็ตื่นจากภวังค์เมื่อถูก "คิม ดงชิก" (รองหัวหน้า ข้างขายทีม 3) เรียกไปสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการบนดาดฟ้าเสียก่อน ปรากฏว่าคือแรอายุ 26 ปีแล้ว  แต่หลักฐานการศึกษาที่เขานำมาแสดงมีเพียงวุฒิการศึกษาเทียบเท่าระดับชั้นมัธยม (เขาไม่ได้เข้าเรียนชั้นม.ปลายในโรงเรียน) ไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานออฟฟิศมาก่อน พูดภาษาต่างประเทศก็ไม่ได้ แต่ใช้งานคอมพิวเตอร์ระดับพื้นฐานได้ดี

พอรู้ประวัติคือแรแล้วดงชิกก็ถึงกับอึ้งและรู้สึกผิดหวัง  เขาแนะนำตนเองและยื่นมือให้คือแร ครั้นพอคือแรจะยื่นมือไปเช็คแฮนด์ ดงชิก กลับเปลี่ยนใจและเอื้อมมือไปตบไหล่คือแรแทน จากนั้นก็ชวนคือแรกลับแผนกและถามคือแรว่าตลอด 26 ปีที่ผ่านมาเขามัวทำอะไรอยู่ ในยุคที่มีการแข่งขันสูงอย่างทุกวันนี้หาคนที่มีคุณสมบัติต่ำต้อยและทำอะไรไม่เป็นเลยอย่างคืแรยากมาก เมื่อดงชิกเดินจากไปแล้วคือแรก็กล่าวว่า "ผมทราบดีครับ" (ว่าตัวเองล้าหลังคนอื่น) เขาก้มเก็บบุหรี่ (ที่ดงชิกทิ้งลงบนพื้นแล้วใช้เท้าขยี้โดยที่ยังไม่ได้สูบ) ไปทิ้งใส่ถังขยะ และกล่าวว่า  "นั่นสินะ…ผมมัวทำอะไรอยู่ตั้ง 26 ปี"

เหล่าพนักงานชายพากันแอบดูยองอีถ่ายเอกสาร ด้วยมองว่าวันนี้คุณแต่งหน้าทาปากทาปากสีแดงเข้ม ใส่เสื้อเชิ้ตคอลึกสีขาวแบบรัดติ้ว แถมกระโปรงยังผ่าลึกขึ้นมาถึงขาอ่อน แม้ยองอีในลุคนี้จะทำให้พวกเขาถึงกับน้ำลายหก แต่พวกเขากลัวว่าซีอีโอบริษัทลักซ์แอนด์ริชอาจไม่ปลื้มที่เห็นยองอีแต่งตัวอย่างนี้ไปพรีเซนต์งาน ถึงกระนั้นยองอีก็การันตีว่าจะลองดู หลังแสดงอิริยาบทต่างๆ ให้คู่ค้าดูแล้ว คุณก็หันก้นให้คู่ค้าจับ ปรากฏว่าคู่ค้าคนดังที่กล่าวถึงมาแล้วเป็นผู้หญิงชาวต่างชาติ เมื่อคู่ค้าขอดูแผ่นเสริมสะโพกที่ยองอีนำมาพรีเซนต์ (ทำจาก Tempur) ยองอีกก็ล้วงแผ่นดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วออกมาจากบั้นท้ายและยื่นให้คู่ค้าดู โดยบอกว่าคุณได้ลองใส่มา 2-3 วันแล้วเพื่อให้ทดสอบความทนทาน พอคู่ค้าถามถึงแผ่นเสริมที่หน้าอก ยองอีก็ควักแผ่นดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วออกมาจากหน้าอกของคุณ เพื่อให้นร่วมงานชายของคุณเห็นดังนั้นก็ถึงกับช็อค  (พวกเขาจะหยิบของตัวอย่างที่เตรียมมาด้วยแต่หยิบไม่ทันทั้งสองครั้ง เพราะยองอีล้วงแผ่นเสริมสะโพกและหน้าอกที่ตนใส่อยู่ออกมาให้คู่ค้าดูก่อน)

เรื่องย่อ จอมกษัตริย์ตำนานอักษร (Deep Rooted Tree) ตอนที่ 2

ในปีแรกของการขึ้นครองราชย์ "พระเจ้าเซจง" พยายามช่วยพระสสุระ (พ่อตา) ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของพระบิดา แต่กลับทำให้พระสสุระและคนในครอบครัว รวมทั้งเหล่าบรรดาทาสรับใช้ในบ้าน ถูกประหารทั้งหมด คงมีเพียงเด็กชาย "โตลบ๊ก" และเด็กหญิง "ทัม" ที่รอดชีวิต  (แต่ต่างคนต่างไม่รู้ว่าอีกข้างยังมีชีวิตอยู่) โตลบ๊กคิดว่าพระเจ้าเซจงคือคนที่อยู่เบื้องหน้าเหตุการณ์ในคราวนี้ จึงหมายมั่นว่าสักวันจะลอบปลงพระชนม์พระเจ้าเซจงเพื่อให้ล้างแค้นให้พ่อและทุกคน โดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วพระเจ้าเซจงคือคนที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้

ส่วนทางด้านเด็กหญิงทัมได้รับความช่วยเหลือจาก "พระมเหสีโซฮยอน" ทำให้ได้เข้าวังเป็นนางในและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "โซอี" พระเจ้าเซจงรู้สึกผิดที่ทำให้คนในครอบครัวโซอีโดนประหาร ขณะที่โซอีเองก็รู้สึกผิดและเสียใจที่มีส่วนทำให้ทุกคนต้องตายเช่นกัน คุณจึงไม่ยอมปริปากพูดอีกเลย ถึงกระนั้นคุณก็เป็นกำลังสำคัญในการช่วยพระเจ้าเซจงประดิษฐ์อักษรฮันกึล เพราะคุณมีSystemความทรงจำแบบถ่ายภาพ

หลังทุ่มเทกายใจให้กับการฝึกฝนมานานหลายปี ในที่สุดโตลบ๊กก็แปลงเป็นนักรบผู้เก่งกล้า เขาเข้าไปเป็นทหารยามในวังพร้อมกับเพื่อให้นๆ โดยใช้ชื่อ "คัง แชยุน" และเฝ้ารอโอกาสที่จะปลงพระชนม์พระราชา และนั่นก็ทำให้เขาได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีปริศนาฆาตกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการตายของเหล่าบัณฑิตในจิบฮยอนชอน โดยคนที่อยู่เบื้องหน้าเหตุฆาตกรรมในคราวนี้คือองค์กรลับ "มิลบน" ที่ถูกก่อตั้งเมื่อนานมาแล้วโดยกลุ่มผู้ส่งเสริมเจตนารมย์ของ "ชอง โดจอน*" ที่ต้องการลดพระราชอำนาจตลอดจนหน้าที่ทางการเมืองของพระราชา และเพิ่มอำนาจในการบริหารการปกครองให้เหล่าขุนนางในราชสำนัก ซึ่งต่อมา "ชอง กีจุน" หลานชายของโดจอน ได้เปลี่ยนเป็นผู้นำกลุ่มมิลบนและแฝงตัวอยู่ไม่ห่างจากพระเจ้าเซจงมากนัก

*  "ชอง โดจอน" หรือ "ซัมบง" เป็นขุนนางใหญ่ของอาณาจักรโครยอตอนปลายและอาณาจักรโชซอนตอนต้น เขาเป็นทั้งผู้ส่งเสริม คนสนิท และที่ปรึกษาของ "ลี ซองกเย" (พระเจ้าแทโจ ปฐมกษัตริย์แห่งโชซอน) เป็นผู้วางรากฐานนโยบายต่างๆ ของโชซอน และเป็นอัครมหาเสนาบดีคนแรกของโชซอน ซึ่งถูก "ลี บังวอน" (พระเจ้าแทจง) ฆ่าพร้อมครอบครัว

พระเจ้าเซจง โซอี และเหล่าบัณฑิตของจิบฮยอนชอนได้ร่วมมือกันทำงานชิ้นหนึ่งอย่างลับๆ มานานหลายปี และงานที่ว่านั้นก็คือการประดิษฐ์อักษรฮันกึล ระหว่างที่แชยุนกำลังแกะรอยองค์กรลับมิลบน เขาและโซอีก็ได้รู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วต่างข้างต่างเป็นเพื่อให้นที่เคยคบหากันมาตั้งแต่เด็ก หลังจากนั้นโซอีก็เริ่มกลับมาพูดอีกรอบ เมื่อโซอีนำตัวอย่างอักษรที่คิดค้นขึ้นใหม่มาให้แชยุนดูพร้อมกับอธิบายว่าตัวอักษรพวกนี้จะทำให้คนธรรมดาทั่วไปอ่านออกเขียนได้และมีอำนาจมากขึ้น เขาจึงล้มเลิกความคิดที่จะปลงพระชนม์และหันมาเกื้อหนุนพระเจ้าเซจงแทน

เรื่องย่อ โอละพ่อ…ละครอลเวง (The King of Dramas) ตอนที่10

คืนนั้นแอนโธนี่แวะไปร่วมงานศพของแมสเซ็นเจอร์ หลังเคารพรูปผู้ตายแล้วเขาก็เผ่านาคำนับเมียและพี่ชายของแมสเซ็นเจอร์ พี่ชายแมสเซ็นเจอร์สงสัยว่าแอนโธนี่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับน้องชายตน แอนโธนี่จึงบอกตามตรงว่าตนอยู่ในที่เกิดเหตุกับผู้ตาย เมียแมสเซ็นเจอร์ได้ยินดังนั้นจึงก้มศีรษะขอบคุณแอนโธนี่ที่ช่วยโทรแจ้งตำรวจ แอนโธนี่กล่าวว่านอกจากจะโทรฯ แจ้งตำรวจแล้ว ตนยังเป็นคนว่าจ้างผู้ตายให้ไปส่งของครั้งสุดท้ายอีกด้วย พอรู้ว่าแอนโธนี่นำเงินก้อนโตมาล่อให้น้องชายตนทำภารกิจเสี่ยงตาย พี่ชายแมสเซ็นเจอร์ก็กระชากเสื้อแอนโธนี่ด้วยความโกรธแค้นพลางถามว่าเขาฆ่าน้องตนแล้วยังมีหน้ามาเหยียบที่นี่ทำไม แอนโธนี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสลดว่าตนต้องการแจ้งสาเหตุการตายที่แท้จริงให้ครอบครัวผู้ตายทราบ หลังจากนั้นเขาก็มอบซองเงินให้เมียแมสเซ็นเจอร์ด้วยน้ำตาคลอเบ้า แต่คุณไม่ยอมรับและปัดซองทิ้งด้วยความโกรธ

จินวานไม่เข้าใจว่าทำไมแอนโธนี่ถึงมอบเงินให้ครอบครัวแมสเซ็นเจอร์จำนวนไม่ใช่น้อย เขาบอกว่าตนเองก็รู้สึกเสียใจที่แมสเซ็นเจอร์ตายแต่อดเสียดายเงินแทนไม่ได้ เพราะเงินนั่นมาจากบัญชีส่วนตัวของแอนโธนี่ แถมยังไม่มีกฏหมายข้อใดระบุให้เขาเป็นผู้รับผิดชอบเหตุการณ์ดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว ที่สำคัญผู้ตายเป็นคนตัดสินใจรับงานนี้ด้วยตนเอง เขาจึงคิดว่าการที่แอนโธนี่ทำเช่นนี้ไม่ค่อยสมเหตุสมผล แอนโธนี่จึงสวนกลับว่า มีคนตายขณะทำงานให้ละครของตนและตนก็เป็นคนรับผิดชอบละครเรื่องนี้ ยังมีเหตุผลอื่นที่สำคัญกว่านี้อีกไหม เมื่อมองว่าจินวานแสดงทีท่าเป็นห่วง แอนโธนี่จึงบอกว่า ตนไม่เป็นไร ละครจบแล้ว นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้…พอเริ่มทำละครเรื่องใหม่ ตนจะกลับไปเป็นไอ้ตัวแสบอีกที

หลังแอนโธนี่ออกไปแล้ว บุตรสาวตัวน้อยของแมสเซ็นเจอร์ก็หยิบซองเงินที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาดูก่อนนำไปยื่นให้ลุงกับแม่  พี่ชายแมสเซ็นเจอร์เห็นจำนวนเงินในเช็คสูงถึง 100 ล้านวอน (กว่า 3 ล้านบาท) ก็ตกตะลึงตาค้าง  คืนนั้นแอนโธนี่นั่งดูทีวี 6 จอตามลำพังอย่างหงอยเหงาภายในเพนท์เฮ้าส์สุดหรู เมื่อเขาเดินไปดูวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่ผนังกระจกก็เห็นข้อความภาษาอังกฤษ "THE WORLD IS YOURS" บนจอโฆษณาของตึกด้านข้าง (ภายหลังเขาได้ตั้งบริษัทเล็กๆ แห่งใหม่ชื่อ "เวิลด์ โปรดักชั่นส์")

เรื่องย่อ ตรวจใจเธอให้เจอรัก (Doctors)

กำกับ: โอ ชุงฮวาน
เขียนบท: ฮา มยองฮี
แนวละคร: โรแมนติก, ดราม่า, คอมเมดี้, การแพทย์
จำนวนตอน: 20
ออกอากาศ: เกาหลี – 20 มิถุนายน 2559 -23 สิงหาคม 2559 ทางเอสบีเอส 
                      ไทย – ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 22.00 น. ทางช่อง 8 ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 – 6 กันยายน 2559 

เรื่องย่อ

"ยู เฮจอง" เป็นอดีตเด็กมัธยมเหลือขอที่ก่อเรื่องได้ไม่เว้นแต่ละวัน หลังผ่านประสบการณ์อันเลวร้ายนานัปการในวัยเด็ก คุณจึงปกป้องตัวเองด้วยการทำตัวเข้มแข็งและไม่เปิดใจให้ใคร คนเดียวในโลกนี้ที่คุณรักและไว้ใจคือย่าของคุณ แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อคุณได้พบกับครูชายหนุ่ม "ฮง จีฮง" ซึ่งเป็นศัลยแพทย์ที่ผันตัวมาเป็นครูสอนวิชาชีววิทยาที่โรงเรียนมัธยม เขาทำให้เด็กเกเรที่สิ้นหวังและมองไม่เห็นอนาคตอย่างเฮจองเกิดแรงบันดาลใจและศึกษาค้นพบเป้าหมายในชีวิต คุณจึงเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ที่มุ่งมั่นตั้งอกตั้งใจเรียน แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีเหตุให้ทั้งคู่ต้องพลัดพรากจากกัน

หลังจากนั้นจีฮงก็พบว่าตนเองตกหลุมรักเฮจอง เมื่อได้พบกันอีกรอบในอีก 13 ปีต่อมา จีฮงซึ่งกลับไปเป็นหมออีกรอบ จึงรับสารภาพความในใจกับเฮจองที่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นรุ่นน้องและหมอเฟลโล่ว (แพทย์ประจำบ้านต่อยอด) ด้านศัลยกรรมSystemประสาท ส่วนบทสรุปและเรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามชมได้ใน "ตรวจใจคุณให้เจอรัก (Doctors)" ทาง ช่อง 8 (ดูย้อนหลังทางช่อง 8 ได้ ที่นี่)
เรื่องย่อ Doctors ตรวจใจคุณให้เจอรัก
      ซีรีส์เรื่องนี้ อ้างอิงถึงหลักความจริงในความข้องเกี่ยวอีกความเชื่อมโยงหนึ่ง ที่หลายๆคนไม่ค่อยที่จะนึกถึง ของหมอและคนไข้ รวมไปถึงทัศนคติทางการศึกษาและพื้นฐานของคนในสังคม สาวน้อย ยูฮเยจอง (พัคชินฮเย) หัวโจกสมัยเรียนมัธยม เด็กแก่นดื้อรั้นหัวชนฝา

      มีเรื่องอย่างมากจากวัยเด็ก ซึ่งต้องใช้ความแก่นเพื่อให้เอาตัวรอดเสมอมา คุณปิดใจตัวเอง รวมไปถึงปิดสังคม ไม่เปิดรับคนอื่นๆ  แต่ทุกอย่างกลับต้องเปลี่ยนไป เมื่อคุณได้มาเจอที่เด็กชายหนุ่มคนหนึ่ง อย่าง ฮงจีฮง (คิมแรวิน) ซึ่งเป็นคนเดียวที่สามารถเข้าถึงความเป็นตัวตนของ ยูฮเยจอง และได้เป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนจาก เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า ให้กลายมาเป็นแพทย์ในที่สุด  เรื่องราวของพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามชม Doctors ได้ที่ช่อง 8 ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 22.00 – 23.15 น. เริ่มตอนแรกวันที่ 4 กรกฎาคม 2559 นี้

เรื่องย่อ ลุ้นรักอีกที…นา มีแร (Marry Him If You Dare) ตอนที่ 5

ป้ามีแรหยิบไดอารี่ (ที่เหมือนของมีแรทุกอย่าง) ออกมาดู และพบว่าเดี๋ยวนี้มีแรอยากไปพักที่เกาะเจยกสักสองสามวัน คุณจึงคิดที่จะทำให้มีแรสมหวังโดยแนะนำให้มีแรร่วมการประกวดร้องเพลงของบริษัท โดยกำชับว่ามีแรจำเป็นต้องสวมชุดปักเลื่อมสีแดงขึ้นไปร้องเพลง “I Will Survive” เวอร์ชั่นภาษาเกาหลีแบบใส่อารมณ์สุดกำลังและเต้นสุดเหวี่ยง ที่สำคัญมีแรจำเป็นจะต้องขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีเป็นคนแรก ซึ่งมีแรยอมทำตามคำแนะนำทุกอย่าง (ขณะที่มีแรกำลังร้องเพลงบนเวที ผู้เข้าประกวดหมายเลข 3 ซึ่งสวมชุดปักเลื่อมสีแดงได้แต่ยืนมองมีแรด้วยความเจ็บใจ เพราะมีแรดันแต่งชุดเหมือนคุณ ซ้ำยังปาดหน้าร้องเพลงเดียวกับคุณอีกด้วย) ในที่สุดมีแรก็คว้ารางวัลชนะเลิศและได้รับรางวัลเป็นตั๋วเรือบิน 2 ที่นั่งพร้อมที่พักบนเกาะเชจูตรงเวลา 4 วัน 5 คืน คุณจึงเดินทางไปตรงนั้นกับป้ามีแร

มีแรรู้สึกติดใจจึงถามป้ามีแรขณะอยู่บนเรือบินว่า ไม่มีอะไรที่แข่งแล้วได้รางวัลใหญ่กว่านี้อย่างเช่น ทริปล่องเรือสำราญ หรือรถยนต์ อีกแล้วหรือ ป้ามีแรจึงบอกว่าคุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อให้ช่วยมีแรล่ารางวัล แต่มาเพื่อให้เปลี่ยนแปลงชีวิตมีแรและของตนให้ดีขึ้น มีแรถามว่าอนาคตของตนหม่นหมองมากเลยหรือ ป้ามีแรจึงย้อนถามว่า แล้วมีแรสุขสบายกับชีวิตในตอนนี้ไหม มีแรยิ้มแล้วตอบว่าคุณแฮปปี้ โดยเฉพาะอย่างมากในตอนนี้เพราะคุณกำลังเดินทางไปที่เกาะเชจู คุณมัวแต่สนใจเครื่องดื่มที่แอร์โฮสเตสนำมาบริการจึงไม่ได้ใส่ใจฟังสิ่งที่ป้ามีแรพูด (ในตอนนั้นป้ามีแรกล่าวว่าไปแล้วอย่าหวังว่าจะได้เที่ยวเล่น เพราะนี่เป็นเพียงจุดเริ่มของการเปลี่ยนฟุตบาทชีวิตของพวกตน พวกตนไม่ได้มาเชจูเพื่อให้พักแต่มาเพื่อให้ทำงาน) หลังจากนั้นป้ามีแรก็กล่าวว่าชีวิตของพวกตนบัดซบสิ้นดี คุณเตือนว่ามีแรต้องพยายามอยู่ให้ห่างจาก "หมอนั่น" เมื่อมีแรถามว่าหมอนั่นคือใคร ป้ามีแรก็บอกว่าเขาคือคนที่เกือบขับรถชนมีแรเมื่อ 2-3 วันก่อน มีแรกับเขาคนนั้นเป็นคู่เวรคู่กรรม เพราะคนที่มีแรรักจะตายเพราะชายคนนั้น

เมื่อไปถึงห้องพักแล้วเห็นวิวสมุทรที่สวยงามมีแรก็กรี๊ดสนั่น ป้ามีแรเห็นดังนั้นจึงถามว่าคุณไม่ไม่ค่อยสบายใจเรื่องคนที่ตนเองรักจะตายเลยหรือ มีแรตอบว่าไม่เลยสักนิดเพราะตนไม่มีแฟนและไม่รักพี่ชาย เมื่อมีแรหยิบชุดบิกินี่ออกมาอวด ป้ามีแรก็ถามมีแรว่าจะใส่ชุดบิกินี่ทั้งที่มีรอยแผลเป็นงั้นหรือ (มีแรมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ไหล่) แต่มีแรกลับไม่ใส่ใจและไม่คิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย ป้ามีแรโยนหนังสือติวสอบข้าราชการ (อย่างหนา) ให้มีแร 2-3 เล่ม พลางบอกว่าถ้าอยากได้สามีดีๆ มีแรต้องมีงานดีๆ ทำเสียก่อน ไม่อย่างนั้นผู้ชายรวยๆ และหน้าตาดีที่ไหนจะมาตกหลุมรักคนอย่างคุณ เมื่อมีแรบ่นว่าการท่องตำราไม่ใช่เรื่องง่าย ป้ามีแรเลยท่องหมายเลขคำตอบในตำราวิชาภาษาเกาหลีให้ฟัง มีแรบ่นว่าจำล็อตเตอรี่รางวัลแจ็คพ็อทยังดีเสียกว่า คุณแนะให้ป้ามีแรผ่านเวลาไปดูเลขที่ออกแล้วค่อยกลับมาใหม่จะได้รวยเละ แต่ป้ามีแรบอกว่าโอกาสอย่างงี้มีแค่ครั้งเดียว คุณจึงยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อให้เดินทางมาที่นี่ แถมยังทำผิดกฏอีกต่างหาก

เรื่องย่อ ยอดหญิงปันซู (Ban Shu Legend) ตอนที่ 3

ซู่ลี่ประทับใจในไหวพริบและสติปัญญาของปันซูจึงอยากเก็บนางไว้ข้างกาย เขาบังคับให้ปันซูแต่งงานกับตนโดยเอาชีวิตของจงซูมาข่มขู่ ปันซูเลยท้าให้ซู่ลี่แข่งม้ากับตนก่อนโดยบอกว่าหากเขาเป็นข้างชนะคุณจะยอมแต่งงานกับเขาแต่โดยดี ปันซูแอบกระซิบอะไรบางสิ่งที่ข้างหูม้าของซู่ลี่ จากนั้นก็ขอให้ซู่ลี่ปล่อยตัวอาของคุณ เมื่อซู่ลี่ยอมทำตามปันซูก็ควบม้านำหน้าไปก่อน ปรากฏว่าม้าของซู่ลี่วิ่งช้ากว่าปกติจึงตามปันซูไม่ทัน ปันซูล่อให้ซู่ลี่ควบม้าตามมาที่สะพานแขวนซึ่งเชื่อมต่อระหว่างภูเขาสองลูก จากนั้นก็ตัดเชือกขึงสะพานทำให้ซู่ลี่และสมุนตกลงไปยังหุบเหวที่มีแม่น้ำเบื้องล่าง เมื่อจงซูมาถึงก็พบว่าสะพานขาดทำให้ไม่อาจร่วมเดินทางไปฝูเฟิงกับปันซูได้

ปันซูเดินจูงม้าผ่านป่ายามค่ำคืนตามลำพังในสภาพหิวโหย คุณได้ยินเสียงผู้หญิงร้องเพลงเลยเดินตามเสียงไปและกล่าวชมว่าร้องเพลงเพราะ หญิงคนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วได้ยินเสียงท้องปันซูร้องจึงแบ่งอาหารให้ทาน ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าม้าควบใกล้เผ่านา  เมื่อหญิงคนดังที่กล่าวถึงมาแล้วบอกว่าพวกเขามาตามจับตน ปันซูเลยยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยแกล้งทำเป็นวิ่งหนีเพื่อให้เบี่ยงเบนความสนใจแต่สุดท้ายก็โดนจับ หญิงสาวไม่ต้องการให้ปันซูเดือดร้อนเลยยอมเผยตัวและบอกให้ทุกคนปล่อยปันซู เมื่อมองว่าปันซูเป็นห่วง คุณจึงบอกปันซูว่าชายกลุ่มนี้จะไม่รังแกตนเพราะเป็นคนของสามี จากนั้นก็แอบขอให้ปันซูช่วยส่งจดหมายให้ตนฉบับหนึ่ง

เหล่าขุนนางฉวยโอกาสนำเหตุการณ์ที่เว่ยอิงพาทหารไปติดกับดักกลุ่มโจรจนทำให้มีทหารบาดเจ็บจำนวนอย่างมากื่นฎีกากับไทเฮา โดยกล่าวหาว่าเว่ยอิงทำการโดยบุ่มบ่ามและเอาความแค้นส่วนตัวเป็นที่ตั้งโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใต้บังคับบัญชา จึงขอให้ไทเฮาลงโทษและปลดเขาจากการเป็นแม่ทัพ แม้ไทเฮาจะรู้ว่าเว่ยอิงถูกปรักปรำ แต่พระองค์ไม่อาจออกหน้าปกป้องเว่ยอิงได้จึงจำเป็นต้องสั่งลงโทษตามกฏ จากนั้นก็คิดแผนให้องค์เต้ซึ่งยังทรงพระเยาว์และซุกซน เอ่ยปากขอตัวเว่ยอิงมาเป็นพระอาจารย์ของพระองค์

เรื่องย่อ สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา (Signal) ตอนที่ 9

หัวหน้าอันไม่เชื่อว่ารายชื่อกลุ่มนี้จะช่วยให้ซูฮยอนจับคนร้ายได้ เพราะในนั้นมีรายชื่อพยาบาลกว่า 100 คน ที่สำคัญเวลาในการไขคดีเหลือน้อยลงทุกทีจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะออกไปหาทุกคน แฮยองแย้งว่าไม่จำเป็นต้องออกไปหาทุกคนเพราะตนได้พูดออกสื่อไปแล้ว เขาเชื่อว่าควรต้องมีใครบางคนรู้จักคนร้าย ถึงแม้ตอนนี้ยังไม่มีใครโทรฯ มาแจ้งเบาะแส แต่ภายในหนึ่งชั่วโมงต้องมีคนโทรฯ มาแน่ เพราะตนโกหกว่ามีหลักฐานเอาผิด คนร้ายได้ยินแล้วต้องแสดงท่าทีผิดแปลกไปจากปกติจนคนอื่นรู้สึกได้  และสิ่งที่คนร้ายจะทำเมื่อรู้ว่าตนเองกำลังจะโดนจับคือหายตัวไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย หรือเปล่าก็เตรียมเก็บข้าวของ ทันใดนั้น ก็เริ่มมีคนโทรศัพท์มาแจ้งเบาะแส ซูฮยอนจึงขออนุพี่น้องหัวหน้าอันสืบคดีนี้ต่อโดยบอกว่าหากมีเรื่องผิดพลาดคุณจะขอรับผิดชอบเอง หัวหน้าอันแย้งว่าคุณไม่อยู่ในฐานะที่จะแบกรับความรับผิดชอบ (แต่เป็นหัวหน้าหน่วยอย่างเขาต่างหาก) จากนั้นก็สั่งให้คุณไปจับตัวคนร้ายและเค้นคำยอมรับสารภาพหรือหลักฐานที่แน่นหนามาให้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง 

20 ชั่วโมงก่อนคดีหมดอายุความ ซูฮยอนกับแฮยองเดินทางไปยังโรงพยาบาลแห่งหนึ่งตามที่มีผู้แจ้งเบาะแส ระหว่างเดินทางแฮยองดูรายงานการใช้บัตรเครดิตของฮยองจุนแล้วฟันธงว่าคนร้ายนำบัตรไปรูดซื้อสินค้าแบรนด์เนมเพราะเสพติดการช้อปปิ้ง แถมยังเกาะติดเทรนด์แฟชั่น ใช้แต่ของแบรนด์หรู และชอบพกกระจกเล็กๆ ครั้นไปถึงโรงพยาบาลและตรวจดูข้าวของต่างๆ ในล็อคเกอร์ของพยาบาลที่ทำตัวน่าสงสัยแล้ว แฮยองก็ฟันธงว่าพยาบาลคนดังที่กล่าวถึงมาแล้วไม่ใช่คนร้าย เพราะคุณต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลแม่เลยแทบไม่ใช้บัตรเครดิต ทั้งยังรักสุนัข ซึ่งผิดวิสัยของคนเป็นโรคหพอดีเอง (คนเป็นโรคนี้จะไม่ใส่ใจคนอื่นนอกจากตัวเอง) 

หลังคว้าน้ำเหลวกับเบาะแสแรก ทั้งคู่ก็ได้รับแจ้งข่าวร้ายว่าเบาะแสที่สองเป็นการกลั่นแกล้งกัน หลังจากนั้นยังคงไม่มีความก้าวหน้าอะไรก็แล้วแต่กระทั่งเหลืออีก 6 ชั่วโมงก่อนคดีหมดอายุความ พยาบาลยูนได้โทรฯ มาแจ้งเบาะแสว่า "คัง เซยอง" เพื่อให้นร่วมงานของคุณ อาจเป็นคนร้ายที่ตำรวจกำลังตามหา เมื่อตำรวจสืบสวนไปถึงโรงพยาบาลยองอินในกรุงโซล พยาบาลยูนก็แจ้งว่าก่อนทำงานที่โรงพยาบาลจิตเวชซอนอิล เซยองเคยทำงานที่แผนกศัลยกรรมมาก่อน อยู่ๆ คุณก็หายตัวไปหลังเห็นข่าว ซ้ำยังปิดมือถือ เมื่อพยาบาลยูนพาตำรวจไปตรวจดูล็อคเกอร์ที่ติดป้ายชื่อเซยอง ก็พบปฏิทินที่ถูกทำเครื่องหมายกากบาทบนวันที่โดยกล่าวว่าวันที่ 29 กรกฎาคม (วันนี้) เป็นวันสุดท้าย แถมในนั้นยังมีรองเท้าส้นสูงสีแดงอีกด้วย (ตำรวจคนดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นส่งภาพถ่ายภายในล็อคเกอร์ไปให้ซูฮยอนทางโทรศัพท์ด้วย) ซูฮยอนกับแฮยองติดอยู่บนถนนที่สภาพการจราจรแน่นหนาเลยทำได้เพียงสอบถามความก้าวหน้าต่างๆ ทางโทรศัพท์ พอรู้ว่าเซยองใช้บัตรเครดิตจองโรงแรมที่ปูซานทั้งคู่ต่างก็หัวเสีย ขณะที่หัวหน้าอันสั่งให้ลูกน้องประสานความร่วมมือกับโรงพักปูซานในการส่งตัวเซยองมาทางเฮลิคอปเตอร์